มีนาคม
ชายหนุมนอนอยู่บนเตียงหนานุ่มเพียงลำพัง แม้ว่าขนาดของเตียงจะกว้างแต่เขาก็เลือกที่จะนอนอยู่เพียงฝั่งเดียวของ พื้นที่ทั้งหมด สายตาของเขาจับจ้องที่เสื้อยืดคอกลมสีฟ้าอ่อนตัวหนึ่ง สีของมันดูกลืนไปกลับผ้าปูที่นอนสีขาวหม่นๆ เสื้อถูกวางไว้อย่างเรียบร้อยบนพื้นที่ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งของเตียง ชายหนุ่มวางรูปสาวสวยคนหนึ่งไว้บนหมอนเหนือเสื้อยืดสีฟ้าตัวนั้น เขาเลื่อนตัวเข้าไปใกล้แล้วจับแขนเสื้อมาสูดดมครั้งหนึ่งก่อนล้มตัวลงนอนที่ เดิม เขายิ้มอย่างมีความสุขแล้วหลับไปในคืนหนึ่งของฤดูร้อน
เขาสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึกเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ฮัลโหล คุณเชาวรัตน์ ใช่มั้ยครับ…………” เสียงพูดจากปลายสายอีกด้านหนึ่ง
“ไม่ใช่ครับ……..” ชายหนุ่มตอบ
“นั่นใช่เบอร์….081xxxxxxx……ใช่มั้ยครับ”
“ใช่ครับ เพียงแต่ไม่มีคนชื่อที่คุณว่า………….”
“ใช่สิ มันต้องใช่ ลื้ออย่าเล่นตุกติกกับอั๊ว ไม้นี้อั๊วเจอมาเยอะแล้ว…..” เสียงปลายสายเริ่มมีอารมณ์(โกรธ)
“ไม่มีจริงๆครับ ผมชื่อสมณะ ไม่ใช่เชาวรัตน์………..คุณคงโทรมาผิดแล้วหล่ะครับ”
“อย่ามามั่วไอ้ต่อย อั๊วจำเสียงลื้อได้ เป็นหนี้เค้าแล้วก็ต้องใช้สิวะ อย่ามาตุกติก…………”
“บอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่สิวะ…” ชายหนุ่มขึ้นเสียงบ้าง
เขาเลือกตัดบทสนทนาเพียงเท่านั้นด้วยการวางสายในที่สุด
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง
“ฮัลโหล ไอ้ต่อย ลื้ออย่ามาเฉไฉเงินที่…………”
ชายหนุ่มวางสายก่อนที่ปลายทางจะพูดอะไรต่อ
เขาปิดเครื่องในทันทีและพยายามข่มตาหลับในราตรีที่เหลืออยู่
หลายวันผ่านไป ยามบ่ายแก่ๆของวันที่แสนจะร้อน ชายหนุ่มกลับมาถึงห้องเขาล้มตัวลงนอนบนเตียงแทบจะทันทีหลังจาก ถอดรองเท้า ถุงเท้า และโยนกระเป๋าสะพานลงพื้น และก็แทบจะทันทีหลังจากล้มตัวลงนอนเขาก็สังเกตุเห็นสิ่งผิดปกติอะไรบางอย่าง ที่ข้างตัวของเขา ที่อีกด้านหนึ่งของเตียงนั้นว่างเปล่า เสื้อยืดสีฟ้าตัวเดิมนั้นหายไป เหลือเพียงรูปถ่ายที่ยังอยู่บหมอนใบเดิม
เขากระวนกระวายใจ
เขาลุกขึ้นเริ่มค้นหาเสื้อยืดสีฟ้าตัวนั้น เขาคิดว่ามันอาจจะกองอยู่ในตระกร้ารวมกับเสื้อผ้าใช้แล้วตัวอื่นๆของเขา แต่ตระกร้าใบนั้นเหลือเพียงแต่ความว่างเปล่า ไม่มีเสื้อยืดสีฟ้าตัวนั้น อันที่จริงไม่มีเสื้อผ้าเลยสักตัวในนั้น
เขายังคงกระวนกระวายใจ
เขาเริ่มออกหาไกลขึ้น จากห้องหนึ่งไปอีกห้องหนึ่ง จนในที่สุดความพยายามของเขาก็เป็นผล เขาพบเสื้อยืดสีฟ้าตัวนั้นนอนม้วนอยู่รวมกับเสื้อผ้าตัวอื่นๆในเครื่องซัก ผ้า
“ซักเสร็จพอดี รีบไปไปตากสิลูกแดดยังแรงอยู่เลย” เสียงใครคนหนึ่งดังเล็ดลอดมาจากด้านหลัง
ชายหนุ่มหันกลับไปที่แหล่งกำเนิดเสียง “แม่…………..” เขาพูดเพียงเท่านั้น เขามีสีหน้าไม่ค่อยสพอารมณ์
เขาหยิบเสื้อยืดสีฟ้าออกมาเป็นตัวแรก หลังจากสลัดอยู่สองสามทีเขาจึงยกมันขึ้นดม จากนั้นจึงจับมันตากด้วยความเชื่องช้า
น้ำตาของเขาไหลเอื่อยลงมาอาบแก้ม………..
“อย่างน้อยเสื้อก็ยังอยู่” เขาพูดกับตัวเอง(ในใจ)
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาหยิบมันออกจากกระเป๋ากางเกง เขากดตัดสายทันทีที่เห็นเบอร์โทรแปลกๆที่มักโทรมาในช่วงหลายวันมานี้
ห้องนอนที่เคยดูสดใส ตอนนี้ดูครึ้มเหมือนกับสภาพอากาศภายนอก ผ่านไปหลายชั่วโมงแสงแดดที่เคยสาดส่องค่อยๆหายลับไปกับขอบฟ้า เขาล้มตัวลงนอนบนเตียงที่เดิม
เขาหันไปหยิบรูปหญิงสาวที่วางอยู่บนหมอน แววตาของเขาดูเลื่อนลอย
เมษายน
บนชั้นสามของห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่แอร์เย็นช่ำอยู่ตลอดเวลา ร้านขายน้ำหอมหลากหยายี่ห้อตกแต่งโอ่โถงดูสะดุดตาผู้พบเห็น ชายหนุ่มเดินกวาดสายตาไปรอบๆเพื่อหาบางสิ่งบางอย่าง
“สนใจตัวไหนเป็นพิเศษคะ” พนักงานหญิงเสนอตัว
“เอ่อ…….คือ ผมขอลองดมตัวนั้นหน่อยได้มั้ยครับ……..” เขาชี้ไปที่น้ำหอมยี่ห้อดังขวดสีน้ำเงิน
พนักหยิบขวดน้ำหอมตัวอย่าง พ่นสเปร์ยบางเบาลงบนกระดาษชิ้นเล็กๆ สลัดในอากาศอยู่สองสามทีแล้วจึงส่งให้ชายหนุ่ม
เขารับมันมาแล้วเริ่มดม “ไม่ใช่……………..” เขาบ่นกับตัวเอง
“ทำไมไม่ลองตัวนี้ดูหล่ะคะ ตัวนี้น้ำหอมผู้ชายกลิ่นจะเบากว่านะคะ” พนักงานสาวเสนอสินค้า
“ไม่หล่ะครับ ขอบคุณครับ…….ผมขอลองตัวนู้นได้มั้ยครับ” เขาชี้ไปที่น้ำหอมขวดสีแดงที่อยู่ไกลออกไป
พนักสาวเดินไปหยิบให้แต่โดยดี “คุณชอบกลิ่นแบบน้ำหอมผู้หญิงหรือคะ…ยี่ห้อนี้กลิ่นหอมมากเลยนะคะ ไม่ฉุนด้วยดิชั้นเองกูเคยใช้คะ” พูดจบเธอก็ยื่นกระดาษชิ้นเล็กส่งให้ชายหนุ่ม
เขารับมาแล้วดมมันอีกครั้ง “ไม่ใช่………..”เขาบ่นพึมพำ
“ถ้าชอบน้ำหอมกลิ่นแบบผู้หญิง ดิชั้นแนะนำตัวนี้นะคะออกใหม่ล่าสุด………”
“ขอบคุณครับ แต่ผมยังไม่สนใจซื้อในตอนนี้” ชายหนุ่มตัวบทก่อนที่พนักงานสาวจะพูดจบ แล้วเดินจากไป
ค่ำนั้นที่ห้องนอนห้องเดิม ชายหนุ่มนอนก่ายหน้าผากเฝ้ามองแต่ภาพของหญิงสาวคนนั้น เขาหยิบเสื้อยืดสีฟ้าตัวนั้นขึ้นมาดม เสียงสะอื้นสอดแทรกขึ้นมาทดแทนความมืด
เขาเริ่มร้องไห้(อีกครั้ง)
ผ่านไปกว่าสัปดาห์แล้ว แต่ดูเหมือนว่าสำหรับชายหนุ่มมันจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เขายังคงไปที่ร้านน้ำหอมร้านเดิมเพื่อขอลองดมน้ำหอมหลากหลายยี่ห้อ เขายังคงนอนกอดเสื้อยืดสีฟ้าตัวนั้นทุกคืน
เขายังคงร้องไห้
สายวันหยุดเขาตื่นขึ้นจากหลับไหลด้วยสัญชาตญาณ ท้องเขาเริ่มร้อง เขาลุกขึ้นจากเตียงเปิดประตูเพื่อออกไปจากห้อง เขารู้สึกว่าประตูห้องของเขามีน้ำหนักแปลกๆ
เมื่อประตูออกดูเขาก็พบกับถุงพลาสติกใบใหญ่ภายในมีถุงน้ำยาซักผ้า กับน้ำยาปรับผ้านุ่มและกระดาษอีกใบหนึ่ง
เขาหยิบกระดาษใบนั้นขึ้นมาดู “ซักผ้าบ้างนะลูก จากแม่” ข้อความในกระดาษบอกไว้เพียงเท่านั้น
เขายิ้ม
บ่ายวันนั้นเขาเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกมุมห้องลงตระกร้า รวมทั้งเสื้อยืดสีฟ้าที่อยู่บนเตียงตัวนั้น เขาหยิบรูปที่อยู่บนหมอนขึ้นมาดูแล้วเก็บมันไว้ในกระเป๋ากางเกง
แล้วทยอยเอาผ้าใส่ลงไปในเครื่องทีละชิ้นจนหมด จึงเปิดซองน้ำยาซักผ้าเทใส่ตามลงไปในเครื่องซักผ้า
เขาหยุด
เขายกถุงน้ำยาซักผ้าขึ้นมาดม แล้วเผลอทำถุงน้ำยาตกลงเลอะนองพื้น
เขาหยิบรูปออกจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู
เขาน้ำตาไหล มันไหลลงมาตามแก้มลงไปเตะขอบริมฝีปากที่กำลังยิ้มร่า
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาหยิบมันออกมาจากกระเป๋ากางเกงอีกข้างหนึ่ง เขารับสายทั้งที่ยังไม่ได้ดูที่หน้าจอโทรศัพท์ด้วยซ้ำ
“ฮัลโหล.. เทดดี้ นี่จูนเองนะ…………” เสียงทักจากปลายสาย
“จูนหรอ…….เป็นไงบ้าง” เสียงเขาดูตื่นเต้น
“อืม สบายดี…..เราโทรหาเธอตั้งหลายรอบแต่เธอไม่ยอมรับซักที …………………………………..”
เขานั่งลงกับพื้นที่ข้างเครื่องซักผ้า ใบหน้าของเขามีแต่รอยยิ้ม เขาวางรูปหญิงสาวลงที่ข้างตัว เขายังคุยกับคู่สนทนาอย่างออกรสเหมือนคนที่ไม่ได้เจอกันมานาน
ที่หลังรูปภาพใบน้ำมีข้อความเขียนเอาไว้ว่า “ต้องไปเรียนอังกฤษตั้งปี อย่าลืมกันซะหล่ะ รักนะ จูน”
“เราดีใจมากเลยนะที่เธอโทรมา” เขาพูดแทรกขึ้น
จบ
เมษายน
บนชั้นสามของห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่แอร์เย็นช่ำอยู่ตลอดเวลา ร้านขายน้ำหอมหลากหยายี่ห้อตกแต่งโอ่โถงดูสะดุดตาผู้พบเห็น ชายหนุ่มเดินกวาดสายตาไปรอบๆเพื่อหาบางสิ่งบางอย่าง
“สนใจตัวไหนเป็นพิเศษคะ” พนักงานหญิงเสนอตัว
“เอ่อ…….คือ ผมขอลองดมตัวนั้นหน่อยได้มั้ยครับ……..” เขาชี้ไปที่น้ำหอมยี่ห้อดังขวดสีน้ำเงิน
พนักหยิบขวดน้ำหอมตัวอย่าง พ่นสเปร์ยบางเบาลงบนกระดาษชิ้นเล็กๆ สลัดในอากาศอยู่สองสามทีแล้วจึงส่งให้ชายหนุ่ม
เขารับมันมาแล้วเริ่มดม “ไม่ใช่……………..” เขาบ่นกับตัวเอง
“ทำไมไม่ลองตัวนี้ดูหล่ะคะ ตัวนี้น้ำหอมผู้ชายกลิ่นจะเบากว่านะคะ” พนักงานสาวเสนอสินค้า
“ไม่หล่ะครับ ขอบคุณครับ…….ผมขอลองตัวนู้นได้มั้ยครับ” เขาชี้ไปที่น้ำหอมขวดสีแดงที่อยู่ไกลออกไป
พนักสาวเดินไปหยิบให้แต่โดยดี “คุณชอบกลิ่นแบบน้ำหอมผู้หญิงหรือคะ…ยี่ห้อนี้กลิ่นหอมมากเลยนะคะ ไม่ฉุนด้วยดิชั้นเองกูเคยใช้คะ” พูดจบเธอก็ยื่นกระดาษชิ้นเล็กส่งให้ชายหนุ่ม
เขารับมาแล้วดมมันอีกครั้ง “ไม่ใช่………..”เขาบ่นพึมพำ
“ถ้าชอบน้ำหอมกลิ่นแบบผู้หญิง ดิชั้นแนะนำตัวนี้นะคะออกใหม่ล่าสุด………”
“ขอบคุณครับ แต่ผมยังไม่สนใจซื้อในตอนนี้” ชายหนุ่มตัวบทก่อนที่พนักงานสาวจะพูดจบ แล้วเดินจากไป
ค่ำ นั้นที่ห้องนอนห้องเดิม ชายหนุ่มนอนก่ายหน้าผากเฝ้ามองแต่ภาพของหญิงสาวคนนั้น เขาหยิบเสื้อยืดสีฟ้าตัวนั้นขึ้นมาดม เสียงสะอื้นสอดแทรกขึ้นมาทดแทนความมืด
เขาเริ่มร้องไห้(อีกครั้ง)
ผ่าน ไปกว่าสัปดาห์แล้ว แต่ดูเหมือนว่าสำหรับชายหนุ่มมันจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เขายังคงไปที่ร้านน้ำหอมร้านเดิมเพื่อขอลองดมน้ำหอมหลากหลายยี่ห้อ เขายังคงนอนกอดเสื้อยืดสีฟ้าตัวนั้นทุกคืน
เขายังคงร้องไห้
สาย วันหยุดเขาตื่นขึ้นจากหลับไหลด้วยสัญชาตญาณ ท้องเขาเริ่มร้อง เขาลุกขึ้นจากเตียงเปิดประตูเพื่อออกไปจากห้อง เขารู้สึกว่าประตูห้องของเขามีน้ำหนักแปลกๆ
เมื่อประตูออกดูเขาก็พบกับถุงพลาสติกใบใหญ่ภายในมีถุงน้ำยาซักผ้า กับน้ำยาปรับผ้านุ่มและกระดาษอีกใบหนึ่ง
เขาหยิบกระดาษใบนั้นขึ้นมาดู “ซักผ้าบ้างนะลูก จากแม่” ข้อความในกระดาษบอกไว้เพียงเท่านั้น
เขายิ้ม
บ่าย วันนั้นเขาเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกมุมห้องลงตระกร้า รวมทั้งเสื้อยืดสีฟ้าที่อยู่บนเตียงตัวนั้น เขาหยิบรูปที่อยู่บนหมอนขึ้นมาดูแล้วเก็บมันไว้ในกระเป๋ากางเกง
แล้วทยอยเอาผ้าใส่ลงไปในเครื่องทีละชิ้นจนหมด จึงเปิดซองน้ำยาซักผ้าเทใส่ตามลงไปในเครื่องซักผ้า
เขาหยุด
เขา ยกถุงน้ำยาซักผ้าขึ้นมาดม แล้วเผลอทำถุงน้ำยาตกลงเลอะนองพื้น เขาลนลานหาผ้าขี้ริ้วมาเช็ด แม้มือจะสาระวนอยู่กับงานที่พื้น แต่ในใจเขานั้นลอยไปไกล
น้ำตาของเขาหยดลงปะปนกับน้ำยาซักผ้า เขาหัวเราะกับตัวเอง “ฮ่า…ฮ่า…มันไมมีหรอกไอ้โง่”
เขาลุกขึ้นเช็ดน้ำตาที่อาบแก้ม ปิดฝาเครื่องซักผ้าเริ่มกดปุ่มให้เครื่องทำงาน
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาหยิบมันออกมาจากกระเป๋ากางเกงอีกข้างหนึ่ง เขารับสายทั้งที่ยังไม่ได้ดูที่หน้าจอโทรศัพท์ด้วยซ้ำ
“ฮัลโหล.. ไอ้ต่อยเงินอั๊ว ลื้อจะไม่คืนใช่มั้ย………..” เสียงทักจากปลายสาย
“โทรผิดแล้วไอ้ควาย….!????!!xx!!!!” เขาสบถทุกคำด่าที่นึกกรอกลงไปในโทรศัพท์เครื่องนั้น
เขา วางรูปหญิงสาวลงที่บนฝาเครื่องซักผ้า ที่หลังรูปภาพใบน้ำมีข้อความเขียนเอาไว้ว่า “ต้องไปเรียนอังกฤษตั้งปี อย่าลืมกันซะหล่ะ รักนะ จูน”
“ไอ้สัด………….” นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่เขาพูดก่อนกดวางสายไปในที่สุด
ผ่านไปชั่วโมงเศษๆ เสื้่อก็ซักเสร็จเรียบร้อยนอนรอตากอยู่ในเครื่องซักผ้า ชายหนุ่มตื่นขึ้นเพราะเสียงเตือนของเครื่อง
เขาลุกขึ้นแล้วทยอยเอาเสื้อผ้าที่ซักไว้ใส่ลงในตระกร้าทีละชิ้น ทีละชิ้น จนถึงเสื้อยืดสีฟ้าอ่อนตัวนั้น เขาไม่ลืมที่จะยกมันขึ้นมาดม
“หอมมั้ยลูก……..”
เขาหันไปมอง “ก็หอมดีแม่….แต่ผมอยากได้กลิ่นแบบเดิมตอนก่อนซักอ่ะ”
“แปลกนะเราหน่ะ……แต่แม่ว่ากลิ่นนี้ก็หอมดีนะลูก ถึงมันจะไม่เหมือนเดิม แต่เสื้อก็ยังเป็นเสื้อตัวเดิมอยู่นี่นา ถ้าไปติดกับกลิ่นลูกคงไม่ได้ซักเสื้อซักตัวแน่เชื่อแม่สิ…..” หญิงวัยกลางคนพูด
เขามองหน้าเธอแล้วยิ้ม “ขอบคุณนะครับแม่………..”
“เรื่องอะไรหรือลูก” เธอถาม
“ก็ทั้งหมดแหละครับ……แล้วก็นี่ด้วย.” เขายกถุงที่ใส่น้ำยาซักผ้าขึ้นชู
“อ้อ….แม่เกือบลืมไป มีจดหมายถึงลูกหน่ะ…มาไกลทีเดียวเชียว” พูดจบเธอก็ส่งซองจดหมายสีขาวซองหนึ่งให้เขา แล้วเดินจากไป
“จริงหรอครับ…ไหนขอผมดูหน่อย..” เขารับมาแล้วรีบเปิดออกดู
เขา ยิ้มในทันทีที่เริ่มอ่านมัน “หวัดดี เท็ดดี้ คิดถึงกันบ้างมั้ยเนี่ย ไม่รู้จดหมายใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะถึงเธอ เรารีบเขียนทันทีที่มาถึงเลยนะเนี่ย ที่นี่หิมะยังตกอยู่เลยหนาวมากๆ ………………………………………”
“…………ปล. เราพยายามโทรหาเธอแต่ติดต่อไม่ได้เลย นี่เบอร์เราอย่าลืมโทรหากันบ้างนะ”
จบอีกแบบ