ยามดึกสงัดของคืนวันหนึ่งในฤดูหนาวกลางเดือนกุมภาพันธ์แม้ว่าอากาศจะไม่ ได้หนาวอย่างที่เคยเป็นจะด้วยภาวะโลกร้อนหรือด้วยสาเหตุอะไรก็ตามที เวลาวิกาลเช่นนี้บรรยากาศบนถนนดำสายเก่าดูเงียบเหงาและออกจะวังเวงด้วยความ สงัดนั้น สมชายเดินลัดเลาะไปตามป่าละเมาะจนถึงริมถนน เขาวางหนูนาตัวเขื่องลงกับพื้นนั่งพักเหนื่อยจ้องมองบ้านที่อยู่ตรงข้าม เพียงถนนกั้น…เขายิ้มที่มุมปาก
ไกลออกไปหลายกิโลเมตรที่หน้าร้านคาราโอเกะ ไฟในร้านเริ่มทยอยดับลงเหลือเพียงไฟหน้าร้านที่เปิดอยู่ริบหรี่ไม่กี่ดวง หญิงสาวประคองชายหนุ่มที่เดินโซเซด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์มาหยุดที่หน้ารถเก๋งสีำ ดำคันงาม
“ไหวมั้ยพี่หนูขับให้ก็ได้นะ” หญิงสาวพูด
“เฮ้ย..สบายมาก ขึ้นรถ ขึ้นรถ เดี๋ยวพี่จะโชว์ขับซิกแซกให้ดู” ชายหนุ่มประคองตัวลงนั่งที่เบาะหน้าแล้วสตาร์ทรถ
เสียงคำรามของเครื่องยนต์ทำลายความเงียบที่อยู่รอบข้าง รถเก๋งคันงามทะยานขึ้นสู่ท้องถนนปลุกความมืดบนทางสายนี้อีกครั้ง ชายหนุึ่่มเหยียบคันเร่งจมตีนใจของเขาอยากให้ถึงที่หมายโดยเร็วสมองของเขา แม้จะประกอบด้วยสิตอยู่เพียงน้อยนิดแต่มันก็มากพอที่จะสร้างจินตนาการอัน บรรเจิดถึงเนื้อนวลของหญิงสาวที่ยามนี้นั่งอยู่ข้างกายเขา เขาละมือซ้ายจากพวงมาลัยวางมันลงบนหน้าขาของหล่อนอย่างจงใจ
“แหม ใจร้อนจังนะคะพี่วันนี้…” หญิงสาวกระเซ้า
สมชายเหลียวซ้ายแลขวาจนแน่ใจแล้วว่าปลอดรถจึงตัดสินใจลากหนูนาข้ามถนน อย่างเชื่องช้าด้วยความสบายใจ “พี่มาแล้วสมศรี” เขาบ่นพึมพำกับตัวเอง
แสงจ้าสาดพื้นถนนเห็นสะท้อนเข้าในตาสมชาย เขาเเลเห็นยานพาหนะคันใหญ่กำลังเคลื่อนที่มาเข้ามาใกล้ เสียงร้อนเเรงของเครื่องยนต์บวกกับเสียงของล้อที่เสียดมากับพื้นถนนทำเอาใจ สมชายเต้นรัว เขารู้ดีด้วยสัญชาติญาณว่าเจ้าวัตถุเคลื่อนที่คันโตนั้นอยู่เหนือการควบคุม ถึงกระนั้นเขาก็ยังฮึดสู้ออกแรงลากเจ้าหนูนาเพื่อให้ข้ามพ้นไปให้ได้
รถยนต์เคลื่อนมาใกล้ด้วยความเร็วที่ไม่ลดลง วินาทีนั้นเองสมชายตระหนักได้ว่่าเขาควรวางเจ้าหนูนาตัวนี้เพื่อหนีเอาตัว รอด แต่ก็ดูเหมือนมันจะสายเกินไป พลันที่เขาปล่อยวางภาระอันหนักอึ้งแล้วเหลียวหลังกระโจนออกให้พ้นจากกลาง ถนนั้น เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ล้อรถยนต์เคลื่อนมาทับเอาร่างครึ่งท่อนล่างของเขา ให้แบนราบติดพื้นที่ถนนนั้น
“กร๊อบ….” เสียงกระทบกันของวัตถุสอดแทรกเพิ่มขึ้นมาระหว่างเสียงเสียดสีของล้อกับพื้น ถนน หญิงสาวสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ เธอเหลียวหลังกลับไปมองจากในตัวรถแต่ด้วยความเร็วของรถที่ไม่ได้ลดลงเธอจึง อยู่ในระยะที่ไกลเกิดกว่าสายตาจะมองทะลุฝ่าความมืดเพื่อรับรู้ถึงสิ่งที่ พึ่งเกิดขึ้นเมื่อชั่วอึดใจได้
“พี่ได้ยินรึปล่าว….” หญิงสาวพูดขึ้น
“ฮึม…..อะไรหรอ ไม่มีอะไรนี่” ชายหนุ่มตอบ
“แต่หนูว่าพี่ขับรถทับอะไรเเน่เลย…………..”
ด้วยความเร็วของตัวรถเมื่อแล่นผ่านฉีกร่างสมชายให้ขาดออกจากกัน ครึ่งท่อนล่างของเขาถูกบดแน่นิ่งอยู่กับพื้นถนน เลือดของเขาสาดไปทั่วบริเวณ สมชายเริ่มรู้สึกมึนงง คล้ายครึ่งหลับครึ่งตื่น ปราศจากซึ่งความเจ็บปวดมีเพียงความรู้สึกชาและเสียวแปลบไปทั่วสันหลัง เขาตะเกียดตะกายเคลื่อนตัวไป สายตาของเขาจับจ้องไปที่บ้านที่อยู่ตรงหน้า “สมศรี….พี่มาแล้ว”
เก้าชั่วโมงก่อนหน้านี้
ในยามเย็นเช่นนี้สมชายมักแอบมาหาสมศรีที่บ้านอยู่เป็นประจำ เช่นเดียวกับวันนี้
“สมศรีพี่มาแล้ว คิดถึงพี่มั้ย” สมชายร้องทัก
สมศรีสาวท้องแก่ยิ้มด้วยความเขินอาย “แหม พี่ก็คิดถึงสิ………..อุ้ย ลูกดิ้น ลูกดิ้น พี่มาจับดูสิ”
สมชายเขยิบเข้าไปใกล้วางมือซ้ายลงที่ท้องของสมศรีอย่างนุ่มนวล “ดิ้นจริงๆด้วย….” เขาก้มหน้าลงต่ำแนบไปกับท้่องของสมศรี “นี่พ่อเองนะลูก…โตไวๆนะลูกนะ”
“พี่ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร หนูอยากกินหนูนาจัง” สมศรีพูด
“แพ้ท้องหล่ะสิ ไม่มีปัญหาเดี๋ยวพี่ชายจัดให้…..” สมชายยักคิ้ว
หญิงชรานางหนึ่งเดินออกมาจากภายในบ้าน “สมศรี … สมศรี ….อยู่ไหนลูกแม่จะปิดบ้านเเล้วนะ เข้าบ้านเร็ว สมศรี…..”
“พี่คุณนายสายหยุดมาตามแล้วชั้นเข้าบ้านก่อนนะ..พี่หลับไปก่อนเถอะเดี๋ยว คุณนายเห็นเข้าจะดุเอา” สมศรีบอกสมชายถึงการมาของเจ้านายของหล่อน
“แล้วพี่จะเอาหนูนามาฝากนะแล้วเจอกัน…รักนะจุ๊บ จุ๊บ” สมชายส่งจูบให้สมศรีก่อนเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
“เอ้า อยู่นี่เอง ไปเข้าบ้านได้แล้วเม่เตรียมข้าวไว้ให้แล้วหน่ะ ไปรีบกินแล้วพักผ่อนซะกำลังท้องกำลังไส้ต้องดูแลตัวเองรู้มั้ย” คุณนานสายหยุดพูด สมศรีทำตามอย่างว่าง่าย
สมศรีมาอาศัยอยู่กับคุณนานสายหยุดตั้งแต่ยังเล็กๆ เธอเป็นลูกกำพร้าไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน ตั้งแต่จำความได้ก็เห็นจะมีเพียงคุณนายสายหยุดคนเดียวที่ดูแลเลี้ยงดูกันมา เธอรักคุณนายสายหยุดเหมือนแม่แท้ๆและก็ดูเหมือนว่า คุณนายสายหยุดเองก็รักเธอดุจลูกในไส้เช่นกัน เธอท้องกับสมชายได้หลายเดือนแล้วในตอนแรกเธอปิดบังเรื่องตั้งครรภ์เอาไว้ เป็นความลับเพราะกลัวว่าคุณนายสายหยุดจะดุด่าว่ากล่าวในความใจง่ายของเธอ เธอเคยคิดที่จะหนีตามไปอยู่กับสมชายแต่ก็ถูกเขาห้ามเอาไว้ เขาบอกกับเธอว่าตัวเขาเองเป็นหนุ่มยิปซีไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน กลัวว่าเธอและลูกจะลำบากถ้าหากย้ายไปอยู่ด้วยกัน เขาบอกให้เธอรออยู่ที่นี่ไปก่อนจนเมื่อเขาหาบ้านอยู่ได้แล้วจะมารับเธอกับ ลูกไปอยู่ด้วยกัน
เวลาผ่านไปท้องของสมศรีก็ใหญ่โตขึ้นเกินว่าจะปิดความลับเอาไว้ได้ คุณนายสายหยุดก็ประจักษ์ได้เองถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ถึงกระนั้นหล่อนก็ไม่ เคยถามซักคำถึงพ่อของเด็ก อันที่จริงไม่เคยดุด่าว่ากล่าวสมศรีเลยซักครั้ง แถมยังดูแลเอาใจใส่เธอมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเสียอีกจัดหาห้องหับเครื่อง นอนอย่างดีมาให้ สมศรีนึกละอายในความผิดพลาดที่เธอทำลงไป ละอายที่ปกปิดเรื่องนี้ต่อคุณนาย เธอรู้สึกสำนึกในบุญคุณของคุณนายที่เคยชุบเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กจนมาถึงตอนนี้ เธอยากจะพาสมชายเข้ามากราบขอโทษต่อคุณนายเสียหลายครั้ง ถึงขนาดชวนให้สมชายมาอยู่ด้วยกับพ่อแม่ลูกที่บ้่านคุณนายสายหยุดเสียเลยก็มี แต่เขาก็ปฏิเสธในทุกครั้งจนสมศรีเบื่อที่จะทะเลาะในเรื่องนี้จึงล้มเลิกความ คิดไปในที่สุด
หลังอาหารเย็นคุณนายสายหยุดเดินมาส่งสมศรีถึงที่ห้อง “พักผ่อนซะนะสมศรี…” คุณนายพูด
สมศรีเดินเข้าห้องไปอย่างว่าง่าย เธอล้มตัวลงนอนบนฟูกที่มุมห้องนั้น ใจเธอครุ่นคิดถึงลูก กับพ่อของเด็กอยู่ตลอดเวลา เธอจินตนาการวาดภาพในขนาดคตที่เธอได้อยู่พร้อมหน้ากับสมชายและลูก จนผลอยหลับไป
ดึกสงัดคืนนั้น สมศรีตื่นขึ้นด้วยความกังวลใจ รู้สึกเจ็บแปลบที่ท้องน้อย เธอเหลือบไปเห็นน้ำคร่ำเลอะเปรอะเปื้อนบนที่นอนเป็นสัญญาณให้เธอรู้ว่าลูก ของเธอพร้อมจะลืมตาดูโลกในชั่วอึดใจนี้ เธอลุกขึ้นยืนใจอยากจะออกเดินไปบอกคุณนายสายหยุด แต่กูดูเหมือนจะสายเกินไป ความรู้สึกเจ็บแน่นจุกอกเรื่อยลงมาตามท้องน้อย มันเป็นความเจ็บปวดแสนสาหัสอย่างที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน เธอรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนตัวของเด็กที่อยู่ในท้อง เธอออกแรกเบ่งสุดชีวิตตามสัญชาติญาณเพื่อช่วยให้เด็กออกมาลืมตาดูโลก…..
เช้าวันต่อมา สมศรีสะดุ้งตื่นจากควาเหนื่อยอ่อนด้วยเพราะความรู้สึกเจ็บคันๆที่หัวนม ลูกๆของเธอต่างพากันรุมทึ้งดูดกินนมจากเต้ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย เธอก้มหน้าลงเลียเนื้อตัวลูกด้วยความเอ็นดู เธอยากให้พ่อของเด็กได้มาเห็นลูกของเขาไวๆ
คุณนายสายหยุดเดินเข้ามาในห้องของสมศรี “อุ้ยตายแล้ว…น่ารักน่าชังเชียว..สมศรีเธอเป็นแม่แมวแล้วเต็มตัวแล้วนะ” คุณนายร้องดีใจ
“เมี้ยว เมี้ยว…..” สมศรีร้องรับอย่างยินดี
“เอาหล่ะเดี๋ยวเเม่ออกไปหาอะไรมาให่กินนะอย่าลุกไปไหนเสียหล่ะ” คุณนายสายหยุดพูด พลางเดินหันหลังออกไปจากห้อง
หลายวินาทีต่อมา สมศรีสะดุ้งตกใจอกีครั้งเมื่อได้ยินเสียงร้องยาวของคุณนายสายหยุด เธอรู้ดีว่ามีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น และคงต้องเป็นสิ่งที่ไม่ดีเอาเสียด้วย เพราะัตั้งแต่เธอมาอยู่กับคุณนายสายหยุด มีเพียงไม่กี่ครั้งที่คุณนายจะลดตัวแสดงกิริยาโวยวายเยี่ยงไพร่ออกมาเช่นนี้
“รอแม่อยู่นี่นะลูก..” สมศรีบอกลูกๆที่ยังไม่ประสีประสาของเธอ ก่อนผละตัวลุกขึ้นวิ่งตามเสียงคุณนายสายหยุดไปด้วยความเป็นห่วง
เธอมาผงะทรุดกายลงกับพื้นข้างเท้าคุณนายสายหยุดที่หน้าบ้านเมื่่อได้เห็น ภาพโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า มันคือร่างครึ่งท่อนของสมชายที่แน่นิ่งสิ้นใจอยู่ตรงนั้น เธอทอดสายตามองออกไปตามรอยเลือดที่ไหลออกจากร่างแห้งเกรอะกรังติดพื้นทอดยาว เป็นทางไปจนถึงกลางถนนที่ห่างออกไป และที่ตรงนั้นเองที่เธอมองเห็นร่างอีกครึ่งของสมชายกับซากหนูนาตัวใหญ่ตัว หนึ่ง
มันคือคำสัญญาสุดท้ายของสมชาย