กระทาชายหนุ่มกลัดมันวัยสามสิบเศษ เดินเข้าไปในสถานพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
“เคยมาที่นี่ไหมคะ” พยาบาลสาววัยสะออนในชุดเต็มยศขาวตั้งแต่หัว(หมวก)จรดเท้า(เกือก) ถามคนไข้รายใหม่
“ไม่เึคยครับ” ชายหนุ่มตอบ เขาเเสดงอาการลุกลี้ลนคล้ายวัยรุ่นที่ขวยเขินยามซื้อถุงยางอนามัยในร้านสะดวกซื้อ
“ขอบัตรประชาชนด้วยคะ”พยาบาลสาวร้องขอ โดยไม่ยี่หระต่อพฤติการณ์คนไข้รายใหม่ เธอรับบัตรประชาชนมากรอกประวัติคนไข้ เท่าที่จำเป็นลงบนฐานข้อมูลของโรงพยาบาลและแผ่นกระดาษชาร์ตสีขาวใบหนึ่ง เมื่อเสร็จเรียบร้อยจึงเงยหน้าขึ้น จากหน้าจอคอมพวเตอร์ พร้อมส่งบัตรประชาชนคืนให้ชายหนุ่ม “วันนี้ไม่สบายเป็นอะไรคะ” เธอถามตามหน้าที่
“คือ คือ ผมเป็นแผลครับ” ชายหนุ่มตอบโดยไม่มองหน้าคู่สนทนา
“แผลตรงไหนคะ” เธอยังถามต่อ
“ต้องบอกละเอียดขนาดนั้นเลยหรือครับ”ชายหนุ่มสงสัย
“ค่ะ เราจะได้จัดให้พบแพทย์ได้ตรงโรคค่ะ” เธอยังไม่ลดละความพยายาม
ชายหนุ่มโน้มตัวไปที่พยาบาลสาวก่อนกระซิบที่ข้างหูเธอว่า “ผมเป็นแผลที่ของลับครับ….”
พยาบาลนิ่งอึ้งไปเสี้ยวอึดใจ คำตอบของเขาทำให้เธอรู้สึกประหม่าไม่แพ้กัน “เชิญแผนกโรคผิวหนังค่ะ” เธอพูดโดยไม่มองหน้าคนไข้
ชายหนุ่มเดินไปที่แผนกโรคผิวหนัง นั่งลงรอเรียกชื่อที่เก้าอี้ยาวบริเวณนั้น เขาหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาและลงมืออ่านอย่างไม่แยแสสิ่งแวดล้อมรอบตัว โดยคิดว่าการทำเช่นนั้นจะทำให้เขาไม่ได้รับความใส่ใจจากสิ่งรอบตัวเช่นกัน เวลาผ่านไปไม่นานนัก พยาบาลที่หน้าแผนกโรคผิวหนังจึงเรียกชื่อของเขา “คุณสมชาย เชื้อไทย เชิญคะ”
เขาวางหนังสือพิมพ์ลงเเล้วลุกเดินไปที่เคาวน์เตอร์ ตรงไปหานางพยาบาลวัยดึกที่พึ่งขานชื่อเขาเมื่อครู่
นางพยาบาลมองลอดเเว่นตามาที่ชายหนุ่มก่อนเชื้อเชิญให้เขานั่งลง “ขออนุญาติวัดความดันก่อนนะคะ” เธอพูด พลางหยิบอุปกรณ์วัดความดันมาพันรอบแขนชายหนุ่ม และเริ่มบีบอัดลมเข้าไปช้าๆ
ระหว่างนั้นเธอถามข้อมูลอีกสองสามอย่างเกี่ยวกับคนไข้ “ขอทราบส่วนสูงและน้ำหนักด้วยคะ”
“สูง 170 หนัก 75 ครับ” ชายหนุ่มตอบ ท่าทีของเขาดูสงบลงไม่ลนลานเหมือนยามที่เข้ามา
นางพยาบาลจดค่าความดันที่วัดได้ลงในกระดาษชาร์ตสีขาวใบนั้นก่อนจะเเจ้งให้คนไข้ทราบว่า “เชิญที่ห้องตรวจหมายเลข 4 คะ”
ชายหนุ่มลุกเดินไปนั่งรอที่หน้าห้องตรวจแต่โดยดี หลังจากนางพยาบาลเข้าไปในห้องตรวจได้ครู่หนึ่งก็เดินกลับของมา “คุณสมชาย เชิญคะ” เธอเชื้อเชิญเขาเข้าไปในห้องก่อนเดินไปจากพร้อมปิดประตูห้องตรวจหมายเลข 4 อย่างเงียบเชียบ
สมชายยกมือไหว้คุณหมอครั้งหนึ่งก่อนนั่งลงที่เก้าอี้โดยไม่ทันมองหน้าแพทย์ที่กำลังจะรักษาตน
“เป็นอะรไมคะวันนี้” เสียงแพทย์สาวแหลมเล็กเล็ดลอดอากาศ ดังก้องเข้าไปในหูชายหนุ่ม
เขาเงยหน้าขึ้นมองหน้าหมอ ตัวอักษณนำหน้าที่ พญ. บนชุดกราวน์สีขาวของเธอยิ่งย้ำให้เขาทราบถึงเพศของแพทย์ที่นั่งอยู่ตรงหน้า เขาออกอาการประหม่าที่ต้องบอกความจริงกับเธอ “ผมเป็นแผลที่ถุงอัณฑะครับ” เขาตอบเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้นราวกับผู้ร้ายที่กำลังถูกกดดันให้รับสารภาพ ในข้อหาอุฉกรรณ์
แพทย์หญิงยิ้มรับคำตอบของเขาโดยไม่เเสดงทีท่าอะไร “ขอหมอดูได้ไหมคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับว่าการขอดูของลับของใครๆเป็นเรื่องธรรมดา สามัญสำหรับแพทย์หญิงวัยใสอย่างเธอ
ชายหนุ่มเงยหน้ามองหมออีกครั้ง ใช่ว่าตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยแสดงของลับให้ใครดูมาก่อน แน่หละภรรยาของเขาคนหนึ่ง นี่ยังไม่นับรวมน้องหนูตามสถานโลกีย์ที่เขาเคยไปใช้บริการนับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่สมัยยังขบเผาะเตาะเเตะแต่ไหนมา แต่ครั้งนี้มันเป็นการแสดงต่อคนแปลกหน้าในสถานการณ์ที่แปลกออกไป แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาไม่มีทางเลืิอกนอกจากจะปฏิบัติตามคำสั่งของนักวิชาชีพ เขาย้ายก้นไปนั่งลงบนเตียงตรวจที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของห้องแล้วเริ่มถอด กางเกงลง เขาพยายามข่มความเขินอายในใจ และมองมุมกลับว่าหมอเองก็คงจะไม่พิศมัยการชมของลับของคนไข้โดยไม่จำเป็นเช่น เดียวกับที่เขาไม่อยากจะแสดงมันให้ใครได้เห็นด้วยไม่มีเหตุอันควรเช่นกัน เขาลังเลนิดหน่อยตอนลดกางเกงชั้นในลงและมีความคิดสัปดนสงสัยว่าแพทย์หญิงที่ กำลังรักษาเป็นหมอโรคจิตชอบยลมังกร หนอนน้อยคนไข้ แต่เมื่อพิจดูโดยละเอียดแล้วก็เบาใจว่าคงไม่ใช่เขาจึงปลดเปลื้องสิ่งกำบัง ทั้งหมดทั้งปวงเผยแผลสดใหม่ที่ถุงอัณฑะดานซ้ายของเขาให้หมอได้วิเคราะห์ดู
แพทย์หญิงสวมถุงมือยางอย่างเคล่วคล่อง เธอลดมือลงจับที่ถุงอัณฑะของคนไข้อย่างระมัดระวัง “ลักษณะบาดเเผลยังเป็นแผลสดอยู่เลย ไปโดนอะไรมาหรือคะ” แพทย์สาวถาม สีหน้าของเธอยังเรียบเฉย
สมชายก้มหน้าเบือนทันทีที่รู้สึกถึงสัมผัสอุ่นๆจากมือหมอเตะลงที่อวัยยวะของเขา “อุบัติเหตุ” เขาตอบเสียงค่อย
“หึม..อุบัติเหตุ” แพทย์หญิงทวนคำ “ช่วยอธิบายเพิ่มเติมหน่อยได้ไหมคะ”
ชายหนุ่มสวมกางเกงทั้งชั้นในชั้นนอกกลับเข้าที่ แต่ัยังคงนั่งอยู่บนเตียงตรวจที่เดิม “ต้องเล่าด้วยหรือครับคุณหมอ”
แพทย์หญิงลุกขึ้นถอดถุงมือยางออกและทิ้งมันลงถังขยะที่อยู่ใกล้ๆ “โดยปกติแล้วแผลที่เกิดบริเวณนั้น อาจมาจากอาการผุพองจากโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา เชื้อเเบคทีเรีย แต่แผลก็จะแตกต่างออกไปจากแผลสดอย่างเช่นที่คุณเป็นอยู่ ตกลงคุณพอจะบอกหมอได้ไหมคะว่าได้รับบาดเเผลจากอุบัติเหตุอะไร”
“โดยจรรยาบรรณแพทย์เรื่องที่ผมเล่าให้หมอฟังมันจะเป็นความลับระหว่างหมอกับคนไข้ใช่ไหมครับ” สมชายถาม
“ใช่ค่ะ สบายใจได้ หมอถามก็เพื่อจะได้ให้การรักษาคุณได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้” เธอตอบแบบยิ้มๆ
“มีคนเขาบอกให้ผมเอาขนที่ตรงนั้นออกครับ” ชายหนุ่มเริ่มเล่า เขาเริ่มกล้าสบตาแพทย์หญิงมากขึ้น
“ภรรยาคุณหรือคะ” หมอสาวถามด้วยความสงสัย
“ไม่ใช่ครับ คนอื่น” เขาละล่ำละลัก “เอ่อ..ผมไม่ได้นอกใจเเฟนนะครับ แค่เเบบว่าไปเที่ยวทำนองนั้นหน่ะครับ ปกติผมก็ไม่ค่อยได้เที่ยวหรอกนะครับ พอดีว่าแฟนผมต้องไปดูงานต่างประเทศเป็นเดือน ผมก็เลย…”
“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ ใจเย็นๆ” แพทย์หญิงตัดบท “สรุปก็คือว่ามีคนบอกให้คุณตัดขนที่ตรงนั้นแล้วคุณก็ลงมือตัดจนเกิดอุบัิติ เหตุใช่ไหมคะ”
“จริงๆเขาบอกให้โกนเลยครับ” สมชายแย้ง “แต่ผมกลัวว่าถ้าโกนพอขึ้นมาใหม่มันจะคันเลยใช้กรรไกรตัดเอา และก็พลาดไปตัดเ้ข้าเนื้อจนเป็นแผลนี่แหละครับ” เขาเล่าต่ออย่างเปิดอกโดยไม่แสดงท่าทีขวยเขินอย่างเช่นตอนแรกอีกแล้ว
“เอาหล่ะคะ เอาหล่ะคะ ไม่เป็นไร หมอเข้าใจแล้ว เดี๋ยวหมอจะให้พยาบาลฉีดยากันบาดทะยักให้นะคะ แ้ล้วจะให้ยาไปทา ซักสัปดาห์แผลคงจะหายไม่ต้องกังวลไปนะคะ” หมอสาวร่ายยาว
สมชายนึกขึ้นมาได้ว่าในเมื่อหมอรับรู้เรื่องราวของเขาไปหมดแล้วบางทีด้วย วิชาความรู้ทางแพทย์อาจช่วยไขข้อข้องใจบางอย่างของเขาได้ “หมอครับ มีคนเขาบอกว่าถ้าโกนขนตรงนั้นแล้วจะช่วยให้เสียวมากขึ้นเวลามีอะไรกันอันนี้ จริงหรือเปล่าครับ” สีหน้าของเขาเเสดงออกถึงความกระสันขึ้นมาอย่างชัดเจน ราวกับว่าไม่มีอะไรที่เขาต้องกระมิดกระเมี้ยนปิดบังความรู้สึกภายในอีกต่อไป
แพทย์หญิงรู้สึกหน้าชาขึ้นมาทันที เลือดเธอสูบฉีดแรงหัวใจเต้นรัว คงเพราะเธอไม่ทันตั้งตัวว่าจะถูกจู่โจมด้วยคำถามเช่นนี้ ต่างจากการตรวจภายนอกคนไข้ที่ผ่านการทำมาจนเคยชินแม้จะเป็นจุดซ่อนเร้นก็ตาม มือของเธอที่กำลังเขียนรายการสั่งจ่ายยาหยุดนิ่งไป เธอพยายามสะกดกลั้นเก็บอาการต่อหน้าคนไข้หนุ่มกลัดมันที่ถามคำถามสัปดนเช่น นี้กับเธอ “หมอไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ คงให้คำตอบคุณไม่ได้หรอกค่ะ แต่โดยส่วนตัวหมอว่ามันเป็นเรื่องรสนิยมทางเพศของแต่ละคนค่ะ ที่สำคัญคือต้องรักษาความสะอาดเพื่อป้องกันการติดโรคจะดีกว่านะคะ”
“หมอมีแฟนหรือยังครับ” สมชายถามต่อ บัดนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรมาสะกดกลั้นความหื่นห่ามของเขาได้อีกแล้ว
“ยังคะ..” เธอตอบด้วยเสียงค่อยโดยไม่สบตาผู้ถาม
“แล้วโดยส่วตัวคุณหมอชอบแบบ….”
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงใครบางคนกำลังเคาะประตูขัดจังหวะคำถามกามโลนของชายกลัดมัน สิ้นเสียงเคาะเป็นนางพยาบาลแว่นหนากลับเข้ามาในห้องพร้อม รับกระดาษชาร์ตสีขาวจากมือหมอไปอ่านดูคร่าวๆ
“เดี๋ยวรบกวนฉีดยาให้คนไข้ด้วยนะคะ” แพทย์หญิงพูดกับนางพยาบาล “ตามพยาบาลไปได้เลยนะคะ ฉีดยาเสร็จเเล้วรับยาที่ห้องจ่ายยาได้เลยค่ะ” เธอหันมาพูดกับสมชาย
ชายหนุ่มท่าทีสงบลง เขาเริ่มรู้สึกละอายกับสิ่งที่พึ่งทำลงไป เขาไม่คิดเลยว่าตนเองจะกล้าแสดงอาการห่ามหื่นเช่นนั้นต่อคนแปลกหน้าได้อย่าง ไร “ขอบคุณครับหมอ” เขาพูดก่อนยกมือไหว้และสบตาเธออีกครั้ง เธอรับไห้วแล้วยิ้มรับอย่างยินดี
สมชายหันหลังเดินตามนางพยาบาลแว่นหนาออกจากห้องไปอย่างช้าๆ หลังรับการฉีดยาเรียบร้อย เขาก็ไปที่ห้องจ่ายเงินเเละรับยาตามลำดับ จากนั้นจึงเดินอ้อยอิ่งออกจากตัวอาคารเพื่อไปที่ลานจอรถภายนอก เขาหยุดเดินทันที่ที่เห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูคุ้นเคย “หมอออกเวรเเล้วหรือครับ”
หญิงสาวในชุดกระโปรงสั้นสไตลฺสาวสมัยใหม่หยุดอยู่ที่ข้างรถ มือยังคาอยู่ที่ที่จับประตู เธอหันมาตามคำทัก และจำเขาได้ในทันที “คุณนั่นเอง ค่ะ กำลังจะไปทำงานต่อที่คลีนิค” มือเธอยังจับที่จับประตูแน่น
“ไปดื่มกาแฟกันหน่อยไหมครับ” ชายหนุ่มเสนอ
“ไม่สะดวกน่ะค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” เธอรีบตัดบท ก่อนจะเปิดประตูรถอย่างรวดเร็ว
“ตกลงหมอชอบแบบไหนหรือครับ” สมชายถาม
แพทย์หญิงหยุดยืนแล้วหันหน้ามาตอบกับชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “สำหรับหมอมันไม่ใช่ปัญหาหรอกค่ะ แต่สำหรับคุณหมอว่ามีปัญหาเรื่องใหญ่ที่สำคัญกว่า อ่อ ไม่ต้องห่วงนะคะมันจะเป็นความลับระหว่างเรา” พูดจบเธอก็ทิ้งตัวลงที่เบาะคนขับ ปิดประตูแล้วสตาร์ทรถขับออกไป ทิ้งสมชายให้ยืนนิ่งอยู่อีกหลายนาทีกลางลานจอดรถ ในมือของเขายังมีซองใส่ยาทาซองตลับกับใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล