ระหว่างทางกลับจากสัมมนาที่ลพบุรี ผมพบว่าบนถนนสายโคกตูม-พระพุทธบาทเต็มไปด้วยไร่ข้าวโพดมากมาย หลายแปลงถูกเก็บเกี่ยวจนเหลือเพียงแต่ไร่เตียนโล่ง ตลอดสองข้างทางชาวบ้านมาตั้งเต้นท์ทำเพิงขายข้าวโพดกัน ผมอดไม่ได้ที่จะชลอรถชำเลืองดูกิจกรรมน่าสนุกของชาวไร่ จนสุดท้ายไปจอดรถเทียบเพิงหนึ่งที่อยู่โดดเดี่ยวไกลออกไป
“ข้าวโพดขายไงครับป้า” ผมถามแม่ค้าชาวไร่มือสมัครเล่น(ดูยังไงก็เกษตรกรชัดๆ)
ป้าคนขายเลิ่กลั่กกุลีกุจอเดินมาใกล้ “ถุงละยี่สิบบาทจ๊ะเก็บมาสดๆใหม่ๆ” แกหยิบถุงข้าวโพดถุงใหญ่ส่งให้ดูถุงหนึ่งในนั้นมีข้าวโพดข้าวเหนียวสีขาวนวลฝักยาวประมาณฝ่ามือบ้าง ใหญ่และเล็กกว่าบ้างคละกันถุงละห้าถึงหกฝัก
“ฝักไม่ค่อยใหญ่เลยเนอะ หนักเท่าไหร่กิโลนึงได้มั้ย” ผมถามต่อ
“ก็ประมาณโลแหละจ๊ะ ตอนชั่งชั่งทั้งเปลือกถุงละโลสอง นี่แกะเปลือกเรียบร้อยเอาไปต้มกินได้เลย” แกว่า
“มีแต่ฝักเล็กๆทั้งนั้นเลย เหลือคัดส่งแม่ค้าหรอ” ผมสงส้ย
“จ๊ะ ส่งแม้ค้านี่ฝักใหญ่ ประมาณสามฝักโล ส่วนพวกนี้ฝักเล็กมั่ง หัวเปิดมั่งก็เอามาแกะขายเนี่ยจ๊ะ” แกพูดปนยิ้ม “เอากี่ถุงดี สดๆใหม่ๆพึ่งเเกะเมื่อกี้เลยจ๊ะ”
“ฝักมันเล็กไปหน่อย ผมช่วยซื้อสองถุงละกัน” ผมว่า
“นี่เอางี้ละกัน ป้าเหลืออยู่หกถุงนี่ เอาหมดเลยละกัน คิดร้อยเดียว” แม่ค้าชาวไร่ปิดการขาย
“แอร๊ย ผมเยอะเกิ้น กินไม่หมดหรอก ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร” ใช่ว่าไม่อยากได้ของแถมแต่หกกิโลมันเยอะเกินขนาด
“เอาหน่ะ นึกว่าช่วยเกษตรกรแล้วกัน” ป้าอ้อน
โดนไม้นี้เข้าไปเลยหลวมตัวเสืยเเบงค์เเดงจ่ายแกไปจนได้ รู้ตัวอีกทีข้าวโพดน้อยหกถุงก็มากองที่เบาะหน้าเต็มเบาะเชียว ระหว่างทางกลับบ้านผมก็หันไปส่งสายตาให้เจ้าข้าวโพดน้อยเหล่านั้นเป็นระยะ ชั้นจะกินพวกแกอย่างไรดีหนอ นึกตลกคำป้าแม่ค้าชาวไร่ จากข้าวโพดเหลือคัด กลายเป็นซื้อช่วยเกษตรกรไปซะได้ มันก็ของอันเดิมมุมมองเปลี่ยนความรู้สึกก็เปลี่ยน เอวัง
ปล.ผมถือโอกาสแวะบ้านเพื่อนที่อยู่ระหว่างทางนำข้าวโพดไปแบ่งเเม่เพื่อนเสียสองถุง แจกลูกน้องไปอีกสองถุง สองถุงที่เห
ลือแม่จัดการต้มไปเรียบร้อย ผมกินไปแล้วสามฝัก เอ้า กินช่วยเกษตรกรกัน……..…ฮา